18 ตุลาคม 2562
........ตื่นมาละหมาดซุบห์ฯ ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะเปิดห้องให้เข้าไปได้ตั้งแต่เวลา 04.00 น. และจะปิดเวลา 22.00 น. หลังละหมาดซุบห์ฯ เสร็จ เดินหาเคาว์เตอร์ของธนาคารจะแลกเงินกีบ คิดว่าน่าจะได้เรทดีกว่าไปแลกที่ด่าน เคาว์เตอร์แรกเข้าไปถามก็คือของ ธนาคารไทยพานิชย์ น้องเค้าบอกว่าไม่มีค่ะ ต้องแลกเป็นดอลลาห์ แล้วไปแลกเป็นเงินกีบ ผมสังเกตว่า เคาว์เตอร์ของธนาคารกรุงเทพมีแลกเงินกีบ แต่ที่ไม่ได้เข้าไปแลกตั้งแต่แรก เพราะมีคนกำลังแลกอยู่ ผมคิดในใจว่า เขาไม่มีการเอื้อซึ่งกันและกันเลยหรือนี่ ผมเดินเข้าไปแลกเงินที่เคาว์เตอร์ของธนาคารกรุงเทพ แลก 8,000 บาท ได้เงินกีบ 2,270,000 กีบ ได้เงินทอนกลับมาด้วย (2,270,000 กีบ เท่ากับเงินบาท 7,967.70 บาท ในอัตราเรท 3.51000 )
........ผมไปไฟท์เวลา 06.10 น.โดยสายการบิน
Nok Air เที่ยวบิน DD-9312 ราคา 1,364.88 บาท
 |
ผู้เขียนอยู่บนเครื่อง สวัสดียามเช้า ยังไม่ได้อาบน้ำน่ะ |
มาถึงสนามบินอุบลราชธานีเวลา 07.20 น. เริ่มมึน ว่าจะไปขนส่งอย่างไรดี...พี่ ๆๆ ไปแท๊กซี่มั้ยครับ พี่จะไปไหนครับ...ผมก็ทำฟอร์ม เหมือนว่า คนเคยมา แต่หารู้มั้ยว่า กรูงงอยู่ มองซ้ายมองขวา เห็นรถบัส เลยลองเดินไปดู โชเฟอร์ถาม ไปขนส่งมั้ยครับ ฟรี ...เข้าทางเลยครับ ไปครับ นั่งสบาย แต่ว่าใช้เวลาประมาณ 30 นาทีกว่าจะถึงขนส่ง
 |
ผู้เขียนถ่ายภาพกับรถบริการจากสนามบินอุบลฯ - สถานีขนส่งอุบลฯ |
 |
รถบริการของสนามบินอุบลฯ |
 |
ผู้เขียนอยู่บนรถบริการ |
 |
ภายในรถบริการ |
........ถึงขนส่งเดินไปถามช่องขายตั๋วว่า จะไปปากเซ ครับ น้องบอกว่าช่องถัดไปครับ ผู้เขียนรีบไปจอง กลัวว่าจะเต็ม ได้เที่ยวเวลา 09.30 น. ซึ่งวันนี้รถทัวร์ไปปากเซ มีอยู่ 2 เที่ยว คือ เที่ยวเวลา 09.30 น. กับ เที่ยวเวลา 15.00 น. ค่าโดยสาร 200 บาท แต่ต้องใช้ Passport ในการซื้อตั๋ว...เริ่มหิว เดินไปหาอะไรที่สามารถทานได้บ้าง เจอคนขายข้าวเหนียวปิ้งใส่เผือก 3 ห่อ 20 บาท
........เวลาประมาณ 09.20 น. ทางรถทัวร์ไปปากเซได้เรียกผู้โดยสารขึ้นรถ มีคนลาว ประเภทพ่อค้าแม่ค้าซื้อของจากฝั่งไทยเข้าไปปากเซ ฝรั่ง และผู้เขียน น่าจะมีคนเดียวมั่งที่เป็นคนไทย เมื่อเวลาถึง 09.30 น.
 |
รถโดยสารระหว่างประเทศ อุบล ฯ ไปปากเซ |
 |
ผู้เขียนถ่ายภาพกับรถทัวร์ไว้เป็นที่ระลึก |
 |
รถโดยสารระหว่างประเทศ อุบล ฯ ไปปากเซ |
รถเริ่มขับออกจากสถานีขนส่งอุบล ฯ มุ่งสู่ด่านช่องเม็ก สังเกตว่ารถวิ่งช้า ไม่เกิน 80 กม.ต่อ ชม. ระยะทางจากสถานีขนส่งอุบลไป ปากเซ 138 กม.แต่ใช้เวลาวิ่ง น่าจะเกือบ 4 ชม. (ร่วมถึงเวลาจอดที่ด่านช่องเม็ก และด่านวังเต่า) รถวิ่งมาถึงด่านช่องเม็ก เกือบเที่ยง ลงจากรถเพื่อไปผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ในระหว่างทาง มีแม่ค้าขายซิมลาว ผู้เขียนซื้อซิมลาว เป็นซิมเน็ต 7 วัน 150 บาท นอกจากแม่ค้าขายซิม แล้วยังมีแม่ค้าแลกเงิน มีเร็ทตั้งแต่ บาทละ 250 กีบ - 295 กีบ ...ดีที่ผู้เขียนแลกจากสนามบินดอนเมืองมาแล้วได้เร็ทดีกว่า เมื่อไปถึงด่านของลาว ผู้เขียนเริ่มมึน เพราะไปหลังเพื่อน ต้องถามคนลาวว่าไปทางไหน คนลาวชี้ไปที่ตึกขาว ๆ ก็เดินไป เห็นคนอื่นกำลังเขียนใบผ่านแดน ผู้เขียนเดินไปถามจากผู้โดยสารท่านอื่น เขาก็หยิบมาให้ 1 ใบ แต่ผู้เขียนไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร เพราะในนั้นบอกว่า จะกลับเมื่อไร แต่ผู้เขียนตั้งใจว่าจะเที่ยวแบบ Slowlife ไม่มีกำหนดเวลา เลยเดินอ้อม ไปคุยกับคนลาว คนลาวบอกให้ยืน Passport ที่ช่องหมายเลข 6 ไม่ต้องเขียนใบผ่านแดน ยืนไปเลย ผู้เขียนลองเสี่ยงดู อ่อผ่าน แต่ต้องจ่ายค่าผ่านแดน 100 บาท เห็นแต่มือ ตม.ลาว แต่ไม่เห็นหน้า ยก นิ้วชี้มา ผมก็คิดว่า คงจ่าย 100 บาท มั่ง
 |
ผู้เขียนอยู่ในอุโมงค์ลอดระหว่างประเทศไทยกับลาว |
 |
ภายในอุโมงค์ข้ามไปฝั่งลาว |
ข้าวเช้ายังไม่ได้ทาน แต่เวลาเที่ยงมาถึงแล้ว ผู้เขียนเลยเดินไปที่คนขายผลไม้ แต่ซื้อข้าวโพดต้ม มา 2 ฝัก ราคา 5,000 กีบ ...ตกใจหมดเลย ทำไม่มันแพงว่ะ แต่คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 20 บาท
........รถออกจากด่านวังเต่าเที่ยงกว่า จากที่วิ่งเลนซ้ายในประเทศไทย ต้องมาวิ่งเลนขวาในฝั่งลาว ขับไปเรื่อย ๆ เอื้อ ๆ นึกในใจว่าเมื่อไร จะถึงเนีย แต่ต้องทำใจร่ม ๆ เพราะเรามาแบบ Slowlife มาถึงปากเซบ่ายโมงกว่า เริ่มมึนอีกแล้ว ว่าจะลงที่ใดนิ คิดในใจว่า เอาให้สุดซอยเลย ปรากฎว่าไปลงที่สถานีหลักแปด ซึ่งห่างจากโรงแรมที่พักพอสมควรจะเดินไปไม่ไหวแน่
 |
วิวระหว่างทางจากด่านวังเต่าไปปากเซ |
 |
วิวระหว่างทางจากด่านวังเต่าไปปากเซ |
 |
รถตุ๊กตุ๊ก |
 |
สถานีขนหลักแปดปากเซ |
 |
สถานีขนหลักแปดปากเซ |
ที่พักคืนแรกคือที่นี้ Intouch Riverside Hotel ซึ่งผู้เขียนจองผ่าน อโกด้า ค่าโรงแรม 827.73 บาท ค่ารถตุ๊กตุ๊กมาส่งที่โรงแรม 100 บาท
 |
ห้องน้ำ |
 |
ที่พักของคืนนี้ |
อาบน้ำ และละหมาดดุหรี ควบ อัสรี แล้วนอนพัก ตื่นมาเวลา 16.30 น. ขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงแรมที่พัก เพื่อไปถ่ายรูปช่วงดวงอาทิตย์จะตก ซึ่งที่ปากเซ ช่วงที่ผู้เขียนไป จะค่ำเร็ว
 |
วิวช่วงดวงอาทิตย์กำลังจะตก ถ่ายจากบนดาดฟ้าของโรงแรม Intouch Riverside Hotel |
 |
วิวช่วงดวงอาทิตย์กำลังจะตก ถ่ายจากบนดาดฟ้าของโรงแรม Intouch Riverside Hotel | |
เริ่มหิว เพราะวันนี้ยังไม่ได้ทานข้าว ทานแต่ข้าวโพด กับ ข้าวเหนียวปิ้ง ใช้ Google เสริจ์หาร้านอาหารอิสลาม เจอร้าน Hasan Indian Restaurant ระยะทางจากที่พัก ไปประมาณ กิโล กว่า ...เดินดิ ไปตาม GPS พาไป สั่งข้าวหมกแพะ กับ คั่วเห็ด ราคา 70,000 กีบ แพงเวอร์เหมือนกัน
 |
เจ้าของร้าน |
 |
ข้าวหมกแพะ สั่งแบบมั่ว ๆ ทานเกือบไม่หมด |
|
|
|
ร้านนี้พวกเรามุสลิม ต้องทำใจ เพราะ มีขายเบียร์ขายเหล้าในร้านด้วย เมียของเจ้าของร้านเป็นคนลาว ดั่งเดิม เป็นคนหลวงพระบาง...ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน ไปหาร้านกาแฟทานดีกว่า เสริจ์จาก Googlemap ร้านที่อยู่ใกล้ผู้เขียนมากที่สุด ก็คือ ร้านกาแฟ Cafe Sinouk เป็นร้านกาแฟดังของปากเซ แต่ช่วงที่ผมไปคนอื่นไม่มีแล้ว เพราะใกล้จะปิดร้านแล้ว เหลือทั้งร้านมีผมคนเดียว
 |
กาแฟลาวแต่จำชื่อไม่ได้ |
 |
ทั้งร้านมีผมคนเดียว |
 |
บรรยายกาศภายในร้าน |
 |
ร้านนี้อยู่ที่โรงแรมนี้ | | | | | | | | | | | | | | |
ราคากาแฟ 20,000 กีบ เดินทางกลับโรงแรมเพื่อมาจองตั๋วจะไปดอนเดดในวันพรุ่งนี้ราคาตั๋ว 65,000 กีบ
ติดตามตอนต่อไป....
สรุปค่าใช้จ่ายประจำวันนี้
1. ค่าเครื่องบิน 1,364.88 บาท
2. ค่ารถทัวร์จากสถานีขนส่งอุบล ฯ ไป ปากเซ ราคา 200 บาท
3. ค่าเหนียวปิ้ง 20 บาท
4. ค่าซิมลาว 150 บาท
5. ค่าด่านวังเต่า 100 บาท
6. ค่าข้าวโพดต้ม 5,000 กีบ ประมาณ 17 บาท
7. ค่าตุ๊กตุ๊ก 100 บาท
8. ค่าข้าว 70,000 กีบ ประมาณ 238 บาท
9. ค่าจองตั๋วไปดอนเดด 65,000 กีบ ประมาณ 220 บาท
10. ค่าที่พักจองผ่านอโกด้า 827.73 บาท
11. ค่ากาแฟ 20,000 กีบ ประมาณ 68 บาท
รวม 3,301 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น